เปิดให้เล่นแล้ว! The Witcher 3: Wild Hunt Remastered

The Witcher 3: Wild Hunt Remastered เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2026 หลังจาก CD PROJEKT RED ประกาศ Remastered ครั้งใหญ่ของเกม RPG ระดับตำนานที่มีอายุมากกว่า 10 ปี
และข่าวดีสำหรับคนที่มี The Witcher 3 อยู่ใน Library อยู่แล้วก็คือ...
ไม่ต้องซื้อเกมใหม่ครับ เพราะเจ้าของเกมเดิมสามารถอัปเกรดเป็น Remastered ได้ฟรี!
ตอนนี้ใครมีเกมอยู่บน Steam, GOG, Epic Games Store, PlayStation 5 หรือ Xbox Series X|S สามารถเข้าไปดาวน์โหลดอัปเดตแล้วเริ่มเล่นได้เลย
ส่วน Nintendo Switch 2 ก็มี Native Version โดยเฉพาะ และผู้ที่เป็นเจ้าของ The Witcher 3 บน Nintendo Switch เดิมสามารถอัปเกรดได้ฟรีเช่นกัน
และสำหรับคนที่ยังไม่มีเกม ตอนนี้ Remastered ก็เปิดขายเป็นเวอร์ชันหลักบนแพลตฟอร์มที่รองรับพร้อมลดราคาใน Steam ถึง 50%
อีกเรื่องที่น่าสนใจมากคือ Remastered ไม่ได้ให้มาเฉพาะตัวเกมหลักเท่านั้น
CD PROJEKT RED รวม Expansion ใหญ่ทั้งสองตัวเข้ามาด้วย ได้แก่
- Hearts of Stone
- Blood and Wine
และเจ้าของ The Witcher 3 เดิมสามารถเข้าถึง Expansion ทั้งสองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ดังนั้นใครที่เคยซื้อแค่ Base Game แล้วดองเอาไว้ใน Library...
รอบนี้ถือว่าได้เวลากลับมาเล่นแบบครบชุดแล้วครับ
Remastered รอบนี้ไม่ได้มีแค่กราฟิกสวยขึ้น
ถ้าได้ยินคำว่า Remastered แล้วคิดว่าเป็นแค่การเพิ่ม Resolution หรือเปลี่ยน Texture ให้คมขึ้น รอบนี้มีอะไรเปลี่ยนมากกว่านั้นครับ
CD PROJEKT RED ปรับปรุงเกมในหลายส่วน ตั้งแต่ภาพไปจนถึง Gameplay เช่น
- ปรับปรุง Graphics และ Performance
- ปรับ Texture, Lighting และ Rendering
- ปรับ Combat System
- เพิ่ม Animation และ Finisher ใหม่
- ปรับ Skill Tree ใหม่
- ปรับ UI และ Quest Tracking
- เพิ่ม Cross-Platform Mod Support
- ปรับการเคลื่อนไหวของ Geralt และ Roach
เรียกได้ว่าไม่ได้แค่ทำให้ The Witcher 3 ดูใหม่ขึ้น แต่พยายามทำให้การเล่นรู้สึกทันสมัยขึ้นด้วย
สาย PC ได้ Path Tracing เต็ม ๆ
ถ้าเล่นบน PC และมีการ์ดจอแรง ๆ รอบนี้น่าลองมากครับ
The Witcher 3: Wild Hunt Remastered เพิ่มการรองรับ Path Tracing เข้ามาอย่างเป็นทางการ
พร้อมเทคโนโลยีช่วยเพิ่ม Performance จากทั้งสามค่าย ได้แก่
- NVIDIA DLSS 4.5 พร้อม Ray Reconstruction
- AMD FSR 4 พร้อม Frame Generation และ Anti-Lag 2
- Intel XeSS 2.0 พร้อม Frame Generation และ Low Latency
รวมถึงเพิ่ม Ray-Traced HairWorks สำหรับการแสดงผลแสงและเงาบนเส้นผมด้วย
ใครเพิ่งอัปเกรดการ์ดจอใหม่ นี่น่าจะเป็นอีกเกมที่เหมาะสำหรับเอามาลอง Ray Tracing และ Path Tracing ของเครื่องมากครับ
Save เก่ายังเล่นต่อได้
สำหรับคนที่เล่นค้างเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มเกมใหม่ตั้งแต่ต้นครับ
Save เดิมยังสามารถนำมาเล่นต่อกับ Remastered ได้
ระบบ Cross Progression ก็ยังคงรองรับอยู่ ทำให้คนที่มี Save เดิมสามารถกลับเข้าสู่ The Continent แล้วเล่นต่อจากจุดที่ค้างไว้ได้
แต่เนื่องจาก Remastered มีการปรับ Skill System ใหม่ คนที่นำ Save เดิมกลับมาเล่นอาจต้องจัด Skill ของ Geralt ใหม่อีกครั้ง
เล่นบน PS5 Pro ก็ได้รับการอัปเกรดเพิ่ม
ฝั่ง Console ก็ไม่ได้ถูกทิ้งครับ
PlayStation 5 Pro ได้รับการรองรับโดยเฉพาะ พร้อม PSSR และ VRR
CD PROJEKT RED ระบุว่า Ray Tracing Mode ตั้งเป้าที่ 60 FPS ส่วน Performance Mode สามารถขึ้นไปได้ถึง 90 FPS เมื่อใช้งานกับจอที่รองรับ VRR
Nintendo Switch 2 มี Native Version แล้ว
อีกแพลตฟอร์มที่น่าสนใจมากคือ Nintendo Switch 2
ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเอา Version เดิมมาเปิดผ่าน Backward Compatibility แต่มี Native Version สำหรับ Switch 2 โดยเฉพาะ
พร้อมรองรับฟีเจอร์ของเครื่อง เช่น
- Motion Controls
- Gyroscope Aiming
- Mouse Control
- Touch Screen
- Joy-Con 2 HD Rumble
- VRR ใน Handheld Mode
- HDR
และถ้ามี The Witcher 3 บน Nintendo Switch รุ่นเดิมอยู่แล้ว ก็สามารถอัปเกรดเป็น Remastered บน Switch 2 ได้ฟรีเช่นกัน
ที่มา: CD PROJEKT RED, The Witcher Official
ข้อมูล: 30 กันยายน 2026


