แชร์

Meta เปิดตัว VR Glasses แว่น VR แค่ 100 กรัม! ดูหนัง IMAX เล่นเกม ดูกีฬา และทำงานหลายจอได้ในเครื่องเดียว

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
9 ผู้เข้าชม

 

ตัวแว่นมีน้ำหนักเพียงประมาณ 100 กรัม หรือพอ ๆ กับไพ่หนึ่งสำรับเท่านั้น

เป้าหมายของ Meta คือทำให้ประสบการณ์ VR ที่ปกติต้องใช้ Headset ขนาดใหญ่ กลายมาอยู่ใน Form Factor ที่ใกล้เคียงกับ แว่น มากขึ้น

และ Meta ไม่ได้วางมันไว้สำหรับเล่นเกมอย่างเดียว แต่ต้องการให้ VR Glasses เป็นทั้ง โรงหนังส่วนตัว, ที่นั่งชมกีฬาข้างสนาม, Gaming Console และ Workspace หลายจอ ที่เราสามารถพกติดตัวไปได้

จาก VR Headset ใหญ่ ๆ เหลือแว่นหนักประมาณ 100 กรัม

ใครที่เคยใช้ VR Headset นาน ๆ น่าจะรู้ดีว่าปัญหาหนึ่งของอุปกรณ์ประเภทนี้คือ น้ำหนัก

ถึง Hardware จะดีแค่ไหน แต่ถ้าต้องมีหน้าจอ, Processor, Battery และระบบระบายความร้อนทั้งหมดอยู่บนศีรษะ การใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ไม่ใช่เรื่องสบายเสมอไป

Meta VR Glasses จึงใช้แนวคิดที่แตกต่างออกไป

Meta ย้ายส่วนประมวลผลและแบตเตอรี่บางส่วนออกจากตัวแว่นไปอยู่ใน Compute Puck ที่เชื่อมต่อแยกต่างหาก

ผลคือส่วนที่เราต้องสวมอยู่บนใบหน้าสามารถลดน้ำหนักลงมาเหลือประมาณ

100 กรัม

Meta บอกว่าการออกแบบลักษณะนี้ทำให้สามารถสวมใช้งานได้นานหลายชั่วโมง และยังช่วยให้ผู้ใช้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้มากกว่า VR Headset แบบปิดเต็มรูปแบบ

จอ 5K Micro-OLED พร้อม Dolby Vision

ถึงตัวแว่นจะเล็กลง แต่ Meta ไม่ได้ลดความสำคัญของคุณภาพหน้าจอตามไปด้วย

Meta VR Glasses ใช้ระบบแสดงผลที่บริษัทเรียกว่า 5K Infinite Display ซึ่งใช้ Panel แบบ Micro-OLED

หน้าจอมีความหนาแน่นประมาณ 37 Pixels Per Degree (PPD) และรองรับ Dolby Vision

พร้อมระบบเสียง Spatial Audio ที่รองรับ Dolby Atmos

พูดง่าย ๆ คือ Meta ต้องการให้แว่นตัวนี้ทำหน้าที่เป็น โรงหนังส่วนตัว ที่เราสามารถพกติดตัวไปได้

VR Device รุ่นแรกที่ได้ IMAX Enhanced

อีก Highlight ใหญ่ของ Meta VR Glasses คือเรื่องการดูหนัง

Meta ระบุว่านี่คือ VR Device รุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง IMAX Enhanced

ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์บางเรื่องใน Expanded Aspect Ratio แบบเฉพาะของ IMAX ได้จากที่บ้าน

นอกจากนี้ Meta ยังประกาศความร่วมมือกับบริการ Content หลายราย เช่น

  • Prime Video
  • YouTube
  • DIRECTV
  • AMC+
  • Crunchyroll
  • Plex
  • ESPN
  • Tubi

รวมถึงรองรับ 3D Content จากบริการอย่าง Disney+, Peacock, HBO Max และ Paramount+

ดังนั้นหนึ่งใน Use Case ที่ Meta ผลักดันอย่างชัดเจนก็คือ

ใส่แว่น แล้วเปลี่ยนพื้นที่ตรงหน้าให้กลายเป็นจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ส่วนตัวได้ทันที

ดูการแข่งขันกีฬาเหมือนได้นั่งอยู่ข้างสนาม

ไม่ได้มีแค่หนังครับ เพราะ Meta กำลังผลักดัน Immersive Sports อย่างจริงจังด้วย

บริษัทประกาศความร่วมมือกับผู้ให้บริการและลีกกีฬาหลายราย เช่น

  • ESPN
  • MLB
  • NBC Sports
  • TNT Sports
  • UFC

Meta ระบุว่าจะมีการแข่งขันกีฬาแบบ Immersive ถ่ายทอดสดมากกว่า 100 Events ต่อปี

แนวคิดคือแทนที่จะนั่งดูการแข่งขันผ่านทีวีธรรมดา ผู้ใช้ VR Glasses จะสามารถเข้าไปอยู่ในมุมมองที่ให้ความรู้สึกเหมือนมี

ที่นั่งแถวหน้า หรือ Courtside Seat อยู่ในบ้านของตัวเอง

ถ้าทำออกมาได้ดี นี่อาจเป็นหนึ่งใน Use Case ที่ทำให้ VR น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้เล่นเกมเลยก็ได้ครับ

ไม่ได้มีไว้ดูหนังอย่างเดียว เพราะมันคือ Workspace ด้วย

อีกเรื่องที่ Meta ให้ความสำคัญมากคือการใช้ VR Glasses สำหรับทำงาน

เมื่อใส่แว่น ผู้ใช้สามารถสร้าง Private Multi-Screen Workspace ขึ้นมาตรงหน้าได้

แทนที่จะต้องพก Monitor หลายจอไปด้วย เราสามารถสร้างจอ Virtual หลายจอสำหรับทำงานได้จากตัวแว่น

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Meta บอกว่าสามารถ

เปลี่ยนพื้นผิวเรียบ ๆ ตรงหน้าให้กลายเป็น Keyboard และ Touchpad ได้

หมายความว่าโต๊ะธรรมดาอาจกลายเป็นพื้นที่ควบคุม Computer ในโลก VR โดยไม่ต้องพก Keyboard และ Mouse เพิ่ม

ถ้าระบบนี้ใช้งานจริงได้ดี ก็อาจน่าสนใจมากสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อย แต่ยังต้องการพื้นที่ทำงานหลายจอ

ข้างในใช้ Snapdragon Reality Elite

หัวใจของระบบประมวลผลคือ Platform ใหม่จาก Qualcomm ที่ชื่อว่า Snapdragon Reality Elite

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Meta ไม่ได้พยายามยัด Hardware ทั้งหมดเข้าไปอยู่บนแว่น

การแยก Compute และ Battery บางส่วนไปอยู่ใน Puck ทำให้ตัวแว่นสามารถรักษารูปทรงที่เล็กและเบากว่า VR Headset แบบเดิมได้

ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถขับหน้าจอความละเอียดสูงและระบบ VR เต็มรูปแบบได้

นี่อาจเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของ VR รุ่นต่อไป แทนที่จะทำ Headset ให้แรงขึ้นอย่างเดียว อาจต้องหาวิธีทำให้มันเบาจนเราอยากใส่นาน ๆ ด้วย

แบตเตอรี่ดูหนังความละเอียดสูงได้ประมาณ 3 ชั่วโมง

เรื่อง Battery เป็นอีกจุดที่หลายคนน่าจะสงสัยทันที เพราะอุปกรณ์เล็กลง แต่ต้องขับจอความละเอียดสูงถึงระดับ 5K

Meta ระบุว่า VR Glasses สามารถใช้งานสำหรับการรับชม High-Resolution Media ได้สูงสุดประมาณ 3 ชั่วโมง

อาจยังไม่ถึงขั้นใส่ทำงานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จ แต่สำหรับการดูภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง หรือใช้งานเป็น Session ก็ถือว่าเริ่มเข้าใกล้การใช้งานจริงมากขึ้น

เล่นเกมได้ และ Beat Saber ก็เตรียมอัปเดตครั้งใหญ่

แน่นอนว่า Meta ยังไม่ทิ้งตลาด Gaming ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้คนรู้จัก Quest และ VR

Meta วาง VR Glasses ให้สามารถทำหน้าที่เป็น Gaming Console ได้ด้วย

หนึ่งในเกมสำคัญอย่าง Beat Saber ก็เตรียมได้รับ Update ครั้งใหญ่ในช่วง Spring 2027 พร้อม Experience ใหม่ที่ชื่อว่า Flux, Campaign ที่ปรับใหม่, Progression System และ Reward System

นอกจากนี้ Meta ยังประกาศเกมและ Content ใหม่สำหรับทั้ง VR Glasses และ Quest เพิ่มเติมอีกหลายรายการ

ดังนั้น VR Glasses ไม่ได้เข้ามาแทนแค่หน้าจอทีวีหรือ Monitor แต่ยังถูกวางให้เป็น Platform สำหรับเกมเต็มตัวด้วย

Meta กำลังพยายามแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดของ VR

VR มีมานานแล้ว และประสบการณ์ภายในโลก Virtual Reality ก็พัฒนาไปไกลมาก

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันก็คือ

เราต้องอยากหยิบมันขึ้นมาใส่ก่อน

Headset ที่หนัก ใหญ่ และต้องรัดศีรษะ อาจไม่มีปัญหาสำหรับการเล่นเกมหนึ่งหรือสองชั่วโมง

แต่ถ้าจะให้ใช้ดูหนัง ทำงาน หรือใช้เป็นหน้าจอหลักหลายชั่วโมงทุกวัน Form Factor กลายเป็นเรื่องสำคัญมาก

Meta VR Glasses จึงน่าสนใจตรงที่บริษัทไม่ได้พูดแค่เรื่อง Resolution หรือ Processor

แต่กำลังพยายามเปลี่ยนคำถามจาก

VR จะแรงขึ้นอีกแค่ไหน?

ไปเป็น

เราจะทำ VR ให้เบาและสบายจนคนอยากใส่มันทุกวันได้อย่างไร?

ราคา $1,299.99 เริ่มขาย Spring 2027

Meta VR Glasses ยังไม่ได้เปิดขายทันทีหลังงานเปิดตัวครับ

Meta ประกาศว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วง Spring 2027

โดยราคาในสหรัฐฯ อยู่ที่ $1,299.99

ราคานี้ทำให้มันไม่ได้ถูกวางอยู่ในกลุ่ม VR สำหรับผู้เริ่มต้น แต่ดูเหมือน Meta ต้องการเปิดตลาดใหม่ที่อยู่ระหว่าง Premium VR, Personal Cinema และ Spatial Computing

และนี่อาจเป็นสิ่งที่น่าจับตามองที่สุด

เพราะถ้า Form Factor แบบแว่นน้ำหนักประมาณ 100 กรัมสามารถให้ประสบการณ์ VR เต็มรูปแบบได้จริง

เราอาจกำลังเห็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจาก VR Headset ไปสู่ VR Glasses อย่างจริงจัง

จากอุปกรณ์ที่เราหยิบมาใส่เฉพาะตอนเล่นเกม...

ไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ ดูหนัง ดูกีฬา เล่นเกม และทำงาน ได้จากหน้าจอเสมือนที่พกติดตัวไปได้ทุกที่

ส่วนจะใส่สบายจนแทน Monitor หรือ TV ได้จริงหรือไม่ คงต้องรอดูของจริงเมื่อ Meta VR Glasses เริ่มวางขายในปี 2027 ครับ


ที่มา: Meta, Meta Connect 2026
ข้อมูล: กันยายน 2026


บทความที่เกี่ยวข้อง
MSI Claw 8 EX AI+ มีรุ่นถูกลงแล้ว!
Arc G3 เปิดพรีออเดอร์ $1,499 ลดจากรุ่น Extreme ถึง $300
28 ก.ย. 2026
DGX Spark เริ่มปรับราคา ก่อน RTX Spark มา!
ตลาด Personal AI Computer กำลังน่าจับตามอง เมื่อราคา NVIDIA DGX Spark เริ่มขยับสูงขึ้น ขณะที่ RTX Spark รุ่นใหม่เตรียมเข้าสู่ตลาดในเดือนตุลาคม
24 ก.ย. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้