ปริ้นเตอร์แท็งก์ vs ตลับหมึก ต่างกันยังไง แบบไหนคุ้มกว่า?

หลายคนซื้อปริ้นเตอร์ราคาถูกมาใช้ไม่นาน ก็เจอปัญหาเดียวกัน คือหมึกหมดเร็ว ต้องซื้อตลับใหม่บ่อยๆ พอรวมค่าหมึกทั้งปีแล้ว บางครั้งจ่ายไปมากกว่าราคาเครื่องเสียอีก
ถ้ากำลังจะซื้อปริ้นเตอร์เครื่องใหม่ หรืออยากเปลี่ยนจากเครื่องเดิม บทความนี้จะอธิบายความต่างระหว่าง ปริ้นเตอร์แบบตลับหมึก กับ ปริ้นเตอร์แท็งก์หมึก ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าแบบไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ
ปริ้นเตอร์แบบตลับหมึกคืออะไร
ปริ้นเตอร์แบบตลับหมึก (Ink Cartridge) คือเครื่องที่ใช้ตลับหมึกสำเร็จรูปใส่เข้าไปในเครื่อง พอหมึกหมดก็ถอดตลับเก่าออก แล้วใส่ตลับใหม่ทั้งอัน
ข้อดี
- ราคาเครื่องมักถูกกว่า
- เปลี่ยนหมึกง่าย ไม่เลอะมือ
- ตัวเครื่องมักเล็กกะทัดรัด
ข้อเสีย
- ตลับหนึ่งอันพิมพ์ได้ไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่ในระดับหลักร้อยแผ่น
- ต้องซื้อตลับใหม่บ่อย ค่าหมึกต่อแผ่นสูง
- ยิ่งพิมพ์เยอะ ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงขึ้นเร็ว
ปริ้นเตอร์แท็งก์หมึกคืออะไร
ปริ้นเตอร์แท็งก์หมึก (Ink Tank) คือเครื่องที่มีถังหมึกติดมากับตัวเครื่อง พอหมึกใกล้หมด ก็ซื้อหมึกแบบขวดมาเติมลงแท็งก์ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนตลับทั้งอัน
ข้อดี
- หมึกหนึ่งขวดพิมพ์ได้หลายพันแผ่น เช่น Brother DCP-T430W ระบุว่าหมึกดำหนึ่งขวดพิมพ์ได้ประมาณ 7,500 แผ่น และหมึกสีขวดละประมาณ 5,000 แผ่น
- ค่าหมึกต่อแผ่นถูกกว่าแบบตลับมาก
- มองเห็นระดับหมึกในแท็งก์ได้ชัด รู้ล่วงหน้าว่าเมื่อไหร่ต้องเติม
ข้อเสีย
- ราคาเครื่องสูงกว่าแบบตลับเล็กน้อย
- ตอนเติมหมึกต้องระวังไม่ให้หก (แต่รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ออกแบบขวดให้เติมง่ายและไม่หกแล้ว)

เทียบกันชัดๆ
| หัวข้อ | แบบตลับหมึก | แบบแท็งก์หมึก |
|---|---|---|
| ราคาเครื่อง | ถูกกว่า | สูงกว่าเล็กน้อย |
| จำนวนแผ่นต่อการเติมหรือเปลี่ยนหนึ่งครั้ง | หลักร้อยแผ่น | หลักพันแผ่น |
| ค่าหมึกต่อแผ่น | สูง | ต่ำมาก |
| ความถี่ในการซื้อหมึก | บ่อย | นานๆ ครั้ง |
| เหมาะกับ | คนที่พิมพ์นานๆ ครั้ง | คนที่พิมพ์เป็นประจำ |
แบบไหนเหมาะกับคุณ?
เลือกแบบตลับหมึก ถ้า...
- พิมพ์แค่เดือนละไม่กี่แผ่น
- อยากได้เครื่องราคาถูกที่สุด และไม่ค่อยได้ใช้
เลือกแบบแท็งก์หมึก ถ้า...
- มีลูกที่ต้องปริ้นใบงานหรือรายงานเป็นประจำ
- ทำงานที่บ้าน ต้องพิมพ์เอกสาร สแกน หรือถ่ายสำเนาบ่อยๆ
- ทำร้านค้า ต้องพิมพ์บิล ใบเสร็จ หรือเอกสารลูกค้า
- อยากคุมค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่อยากเสียเงินค่าหมึกบ่อยๆ
สรุปง่ายๆ คือ ยิ่งพิมพ์บ่อย ปริ้นเตอร์แท็งก์ยิ่งคุ้ม ส่วนต่างค่าเครื่องที่จ่ายเพิ่มตอนแรก จะคืนกลับมาเป็นค่าหมึกที่ประหยัดได้ในระยะยาว
ข้อควรรู้ก่อนใช้ปริ้นเตอร์แท็งก์
- ใช้หมึกแท้ของแบรนด์ เพื่อป้องกันหัวพิมพ์อุดตัน และไม่ให้เสียสิทธิ์การรับประกัน
- อย่าทิ้งเครื่องไว้นานเกินไปโดยไม่ได้ใช้ ควรพิมพ์อะไรสักแผ่นทุก 12 สัปดาห์ เพื่อให้หมึกไหลเวียนและหัวพิมพ์ไม่แห้ง
- ตั้งเครื่องบนพื้นเรียบ และไม่ควรเอียงหรือพลิกเครื่องตอนที่มีหมึกอยู่ในแท็งก์
แนะนำ 3 รุ่นปริ้นเตอร์แท็งก์ ราคาโปรจาก Technocom
1. HP Tank 580 ราคาโปร 3,990 บาท

ราคาถูกที่สุดในกลุ่มนี้ พิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสารได้ในเครื่องเดียว รองรับ Wi-Fi และ Bluetooth สั่งพิมพ์ผ่านมือถือได้สะดวก เหมาะกับใช้ที่บ้านและงานเอกสารทั่วไป
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ HP Tank 580
2. Brother DCP-T430W ราคาโปร 4,490 บาท

พิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสาร รองรับ Wi-Fi ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz สั่งพิมพ์ผ่านมือถือได้ทั้ง Android และ iOS หมึกดำหนึ่งขวดพิมพ์ได้ประมาณ 7,500 แผ่น และรับประกัน 2 ปี เหมาะกับคนที่พิมพ์เอกสารขาวดำเยอะ
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ Brother DCP-T430W
3. Epson EcoTank L3350 ราคาโปร 4,590 บาท

ปริ้นเตอร์แท็งก์จาก Epson ซีรีส์ EcoTank ที่คนไทยใช้กันแพร่หลาย พิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสารได้ในเครื่องเดียว หาซื้อหมึกได้ง่าย
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อ Epson EcoTank L3350
คำถามที่พบบ่อย
ปริ้นเตอร์แท็งก์ต้องเติมหมึกบ่อยไหม?
ไม่บ่อยครับ หมึกหนึ่งชุดพิมพ์ได้หลายพันแผ่น ถ้าใช้ที่บ้านทั่วไป อาจอยู่ได้หลายเดือนกว่าจะต้องเติม
เติมหมึกเองยากไหม?
ไม่ยากครับ รุ่นใหม่ออกแบบขวดหมึกให้เสียบลงช่องเติมของแต่ละสีได้พอดี ช่วยลดโอกาสเติมผิดสีหรือหมึกหก
ใช้หมึกเทียบแทนได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้หัวพิมพ์อุดตัน และอาจทำให้เสียสิทธิ์การรับประกันจากแบรนด์
เลือกรุ่นไหนดี?
ถ้าเน้นราคาประหยัดที่สุด เลือก HP Tank 580 ถ้าพิมพ์เอกสารขาวดำเยอะและอยากได้ประกันนาน เลือก Brother DCP-T430W ถ้ายังไม่แน่ใจ ทักแชทมาถามทีมงานได้เลยครับ
สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ technocom.co.th จัดส่งทั่วประเทศ
สอบถามเพิ่มเติม โทร 099-273-6773 หรือ LINE @technocom
*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า